วันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2558

“ ดวงตาของฉันนั้นมืดมิด...แต่ชีวิตฉันยังไม่มืดลง ”


“.....สถานการณ์จำลองและการทดลองการเป็นผู้พิการทางสายตา
จัดทำขึ้นเพื่อให้นิสิตที่เรียนในรายวิชาผู้พิการศึกษา ของท่านอาจารย์
ดร.สุภัสตรา เก้าประดิษฐ์ ทรัพย์ชูกุล ได้ตระหนักถึงความสำคัญของ
ผู้พิการทางสังคม ได้เรียนรู้และเข้าใจถึงจิตใจของผู้พิการ ซึ่งการทดลองนี้
เป็นประโยชน์ต่อการปรับเปลี่ยนทัศนคติของเราต่อผู้พิการเป็นอย่างยิ่ง......”

ภาพที่1:ภาพสถานการณ์จำลองเป็นผู้พิการทางสายตา


เล่าเรื่องทำอะไรบ้าง/ทำอย่างไร

Blind 1 : เริ่มปฏิบัติภารกิจจากห้องเรียนถึงคณะศิลปกรรมศาสตร์ 
โดยเริ่มเดินออกจากประตูห้อง 902 ตึกคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพาเดินตามทางเดินมาเรื่อยๆแล้วลงบันไดจากชั้น 9 ลงมาชั้น 8 เพื่อที่จะรอขึ้นลิฟท์ลงไปชั้นล่าง ซึ่งผู้ช่วยผู้พิการทางสายตาจะช่วยบอกและอธิบายให้กับผู้ทดสอบเป็นระยะๆ ว่าสิ่งที่จะต้องเจอในข้างหน้าคืออะไร จะต้องเจออะไรบ้าง หลังจากลงลิฟท์เสร็จแล้วก็จะเจอกับผู้คนมากมายที่เสียงดังซึ่งทำให้ผู้ปฏิบัติภารกิจ Blind 1 เกิดความระแวงและความหวาดกลัวจากเสียงต่างๆเหล่านั้น เมื่อเดินออกมาจากคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ก็จะเจอรถยนต์และรถจักรยานยนต์อยู่ตลอดเวลา ผู้ช่วยผู้พิการทางสายตาก็จะจับมือผู้ทดสอบและอธิบายให้ผู้ทดสอบฟังอยู่ตลอดเวลา เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ทดสอบและหลังจากนั้นก็เดินไปเรื่อยๆ จนถึงคณะศิลปกรรมศาสตร์และทำการเปลี่ยนตัวผู้ทดสอบ (Blind 2)

ภาพที่2: ภาพขณะที่ผู้จำลองเป็นผู้พิการทางสายตากำลังเดินลงบันไดอาคารคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
Blind 2 : เริ่มปฏิบัติภารกิจจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ถึงคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์    
ผู้ช่วยผู้พิการทางสายตาก็ยังทำหน้าที่ให้คำแนะนำและอธิบายอุปสรรคระหว่างทางให้กับผู้ทดสอบฟังเช่นเดิม แต่ในขณะที่เดินทางกลับจะเจออุปสรรคมากกว่าที่เดินทางมาเนื่องจากผู้ช่วยผู้พิการทางสายตา ไม่ได้พากลับในทางเดิม อาจพบรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ต้นไม้ หรือสิ่งกีดขวางอื่นๆ ที่มากขึ้นกว่าเดิม แต่ผู้ช่วยผู้พิการทางสายตาก็จะพยายามจับมือ ผู้ทดสอบไว้ให้แน่น และอธิบายสิ่งที่ต้องเจออย่างละเอียด หลังจากนั้น ก็เดินเข้ามาในคณะมนุษยศาสตร์ฯ และขึ้นลิฟท์มาชั้นที่ 5 ของตึก จึงเป็นการปฏิบัติภารกิจจนสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
ภาพที่3: ภาพขณะที่ผู้จำลองเป็นผู้พิการทางสายตากำลังเดินทางกลับจากคณะศิลปกรรมศาสตร์

รู้สึกอะไร/อย่างไร
Blind 1 : มีความรู้สึกเหมือนกับผู้พิการทางสายตา พอได้ลองใช้ชีวิตแบบผู้พิการทางสายตาแล้ว เราไม่คุ้นชินกับการใช้ชีวิตที่มองไม่เห็น การเดินทางยังลำบากเพราะยังมีความหวาดระแวงในการเดิน แม้ว่าจะมีผู้ช่วยก็ตาม และการปรับตัวก็คงยากในการใช้ชีวิต
Blind 2  : ความรู้สึกเหมือนกับผู้พิการทางสายตาจริงๆ เพราะเวลาที่ปิดตามันจะทำให้เรามองไม่เห็นอะไรเลย โลกทั้งโลกมีแต่ความมืดและความหวาดกลัว เราไม่รู้ว่าทางที่เรากำลังเดินไปข้างหน้าเราจะต้องเจออะไรบ้าง อย่างไรบ้าง และทำให้เราเข้าใจถึงอารมณ์ ความรู้สึกของผู้พิการทางสายตาได้เป็นอย่างดี

ภาพที4:ภาพสถานการณ์จำลองเป็นผู้พิการทางสายตา

ปัญหาที่พบ
  1.  ผู้ทดสอบผู้พิการทางสายตามีปัญหาจากความกลัวและไม่กล้าหรือมีความหวาดระแวง
  2.  ปัญหาจากสิ่งแวดล้อมโดยรอบเช่น สิ่งกีดขวาง หลุมบ่อ หรือ พื้นผิวขรุขระ รถบนถนน เป็นต้น
  3. ปัญหาจากบุคคลรอบข้าง เช่น เมื่อเราต้องเดินในบริเวณที่มีคนเยอะๆอาจจะเดินไม่สะดวก เพื่อนแกล้ง เป็นต้น

วิธีการแก้ไขปัญหา

  1. ผู้ทดสอบต้องมีความรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้พิการทางสายตาจริงๆและต้องมั่นใจในผู้ช่วยที่พานำทางด้วย
  2. ผู้ช่วยผู้พิการทางสายตา ต้องบอกทางที่เดินว่ามีอุปสรรคอะไรบ้างหรือหลีกเลี่ยงการเดินเส้นทางนั้น
  3. ผู้ทดสอบต้องสงบนิ่งและฟังเสียงของผู้ช่วยเท่านั้น
  4. เมื่อเราเจอสถานการณ์จริงที่ต้องพบเจอกับผู้พิการทางสายตา เราควรให้ความช่วยเหลือมากกว่าการแกล้งหรือหยอกล้อเล่นกับผู้พิการทางสายตา
  5. ผู้ช่วยคนตาบอด ควรสังเกตผู้ทดสอบอยู่เสมอไม่ควรปล่อยให้ผู้ทดสอบอยู่ตามลำพัง



ข้อเสนอแนะ
            ผู้เรียน : ผู้เรียนควรให้ความตั้งใจในการปฏิบัติภารกิจมากกว่านี้ โดยที่ไม่ควรหยอกล้อหรือแกล้งกัน
            อาจารย์ :อาจารย์ในรายวิชาควรให้คำแนะนำเบื้องต้น ว่าควรทำอย่างไร เพื่อที่จะเป็นการช่วยเหลือและให้การปฏิบัติภารกิจเป็นไปอย่างราบรื่นด้วยดี
ภาพที5:ภาพสถานการณ์จำลองเป็นผู้พิการทางสายตา
สมาชิกกลุ่ม
นายฐิตากร ตันเที่ยง 55020332  เลขที่ 5
นางสาวกนกวรรณ ธูปหอม 55020783 เลขที่ 13
นางสาวกนกกร กาญจนจักร์ 55021542 เลขที่ 37
นางสาวนัฏฐา กุลละวณิชย์    55021560 เลขที่ 52
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาการจัดการบริการสังคม มหาวิทยาลัยบูรพา